แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - P.CCTV_Chaiyaporn

หน้า: [1]
1
มาตรฐาน IP (อังกฤษ : IP Rating, IP Code, IP Standard) ชื่อเต็ม International Protection Standard ตามมาตรฐาน IEC 60529  หรือบางครั้งถูกตีความเป็น Ingress Protection Rating คือมาตรฐานที่บอกถึงระดับการป้องฝุ่นและน้ำของเครื่องจักร (mechanical casings) และอุปกรณ์ไฟฟ้า (electrical enclosures) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดย IEC (International Electrotechnical Commission) เทียบเท่ากับมาตรฐานยุโรป EN 60529


          การบอกถึงระดับการป้องกันนั้นหลักๆแล้วจะถูกแสดงโดยตัวเลข 2 หลักคือ IPxx โดยหลักแรกจะหมายถึงระดับการป้องกันของฝุ่นหรือการสัมผัสโดยบังเอิญซึ่งจะมีระดับตั้งแต่ 0-6 ส่วนหลักที่สองจะหมายถึงระดับการป้องกัน

รายละเอียดรหัส IP
          ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงลำดับและสิ่งจำเป็นที่ต้องถูกระบุจึงจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐาน IP ที่สมบูรณ์


ตัวเลขหลักที่ 1 : การป้องกันของแข็ง

          ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับการป้องกันของแข็งซึ่งของแข็งที่กล่าวนี้หมายถึงการป้องกันการเข้าถึง(เข้าไปในตัวอุปกรณ์)ของฝุ่นหรือการสัมผัส โดยบังเอิญเท่านั้น ไม่รวมถึงการกระแทกจากของแข็งซึ่งการทนต่อแรงกระแทกนั้นจะบอกในตัวเลขหลักที่ 3 ของมาตรฐาน IP และปัจจุบันได้ยกเลิกการใช้แล้ว โดยการป้องกันของแข็งจะมีทั้งหมด 7 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 0-6 ดังนี้


ตัวเลขหลักที่ 2 : การป้องกันของเหลว

          ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับการป้องกันของเหลวซึ่งของเหลวที่กล่าวถึงนี้หมายถึงของเหลวจำพวกน้ำเท่านั้น
ไม่รวมถึงของเหลวประเภทอื่นๆเช่น น้ำมัน, สารเคมีที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง, ฯลฯ โดยการป้องกันมีทั้งหมด 11 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 0-9K ดังนี้


          *มาตรฐานที่มีสัญลักษณ์ "K" คือมาตรฐานที่ถูกกำหนดขึ้นโดย ISO 20653 ซึ่งจะไม่มีในมาตรฐาน IEC 60529 ยกเว้น IPx9 ซึ่งจะมีการทดสอบแบบเดียวกับ IP69K การป้องกันอื่นๆ

          นอกเหนือจากการป้องกันฝุ่นและน้ำแล้วยังมีการป้องกันอื่นๆเพิ่มเติมอีก โดยการป้องกันอื่นๆนั้นจะใช้สัญลักษณ์ตัวอักษรต่อท้ายหมายเลข IP โดยมีรายละเอียดตามตารางด้านล่างดังนี้


ตัวอย่างมาตรฐาน IP

          เราอาจเจอมาตรฐาน IP อยู่บ่อยๆ จากตารางตัวเลขทั้งหมดที่กล่าวมานั้น มีไม่กี่ตัวที่ถูกนำมาใช้และเป็นที่นิยมทำมาจำหน่าย ซึ่งมาตรฐาน IP ที่นิยมและเห็นได้บ่อยครั้งมีดังนี้


IP54

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้แต่อาจมีฝุ่นเล็กน้อยเล็ดลอดเข้าไป โดยฝุ่นที่เล็ดลอดเข้าไปนั้นต้องไม่มีผลใดๆต่อการทำงานของอุปกรณ์และมีความสามารถที่จะป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP65

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP66

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแบบรุนแรงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP66K

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP67

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 m เป็นระยะเวลาสูงสุด 30 นาที

IP68

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้แบบถาวร

IP69K

          คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงพิเศษที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง ที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80 ?C

2
          เคยสงสัยกันไหมว่า ฮาร์ดดิกส์ปกติ แตกต่างจาก ฮาร์ดดิกส์กล้องวงจรปิดอย่างไร และทำไมเครื่องบันทึกภาพถึงต้องใช้ฮาร์ดดิกส์สำหรับกล้องวงจรปิดด้วย

          ฮาร์ดดิกส์ (HardDisk) ก็เปรียบเสมือนคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ หลักการทำงานของฮาร์ดดิกส์มีการทำงานคล้ายระบบเทปคลาสเซ็ทที่ ใช้ตัวแม่เหล็กเป็นตัวบันทึกข้อมูลและสารแม่เหล็กนี้ สามารถลบและเขียนใหม่ได้ตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลของ ฮาร์ดดิกส์ จะถูกเก็บไว้ในแม่เหล็กขนาดเล็กมาก เพื่อบรรจุข้อมูลที่ละเอียดและมากขึ้น

          ฮาร์ดดิกส์แบบที่เราใช้กันทั่วไปคือ ฮาร์ดดิกส์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฮาร์ดดิกส์ที่มีราคาถูกที่สุด เหมาะกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไปที่เรารู้จัก ที่ใช้ทั้งการอ่านข้อมูลและการบันทึกข้อมูล การทำงาน คืออ่าน 50% บันทึก 50%  และไม่ได้ทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

          ฮาร์ดดิกส์สำหรับกล้องวงจรปิด ฮาร์ดดิกส์ ประเภทนี้  ต้องทำงานหนักกว่า ฮาร์ดดิกส์ ทั่วไปหลายเท่าเพราะต้องทำงานตลอดเวลา 24 ชม.ทุกๆ วัน โดยไม่มีเวลาหยุดพัก เพราะปกติเราก็เปิดใช้งานกล้องวงจรปิดอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว นอกจากนี้สำหรับ ฮาร์ดดิกส์ ประเภทนี้ หน้าที่หลักคือการบันทึกที่มากกว่าการอ่าน การทำงานคือ อ่าน 10% และ บันทึก 90% เพราะอย่างที่เรารู้กันดี ว่ากล้องวงจรปิดมีหน้าที่บันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นถ้าเราเลือก ฮาร์ดดิกส์ ที่ใช้งานประเภทอื่นมาใส่ในระบบกล้องวงจรปิด จะทำให้ระบบการทำงานได้ไม่สมบูรณ์ และมีโอกาสที่ฮาร์ดดิกส์จะเสียหายได้สูง ซึ่งจะเป็นผลทำให้เราสูญเสียข้อมูลสำคัญเมื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา

          สรุปก็คือ ฮาร์ดดิกส์แบบปกติเหมาะกับการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่เหมาะกับเครื่องบันทึกภาพ เพราะฮาร์ดดิกส์มีความเร็วในการบันทึกที่ต่ำและตัวฮาร์ดดิกส์เองก็ไม่สามารถทนทานการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ได้ ซึ่งต่างจากฮาร์ดดิกส์กล้องวงจรปิด ที่สามารถทนต่อการใช้งานตลอด 24 ซม. และมีความเร็วในการบันทึกข้อมูลที่สูงกว่าฮาร์ดดิกส์ปกติ ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เครื่องบันทึกภาพถึงต้องใช้ฮาร์ดดิกส์สำหรับกล้องวงจรปิด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าฮาร์ดดิสก์แบบไหนดีที่สำหรับกล้องวงจรปิด??

          ฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อเดียวกันแต่ละรุ่นจะไม่เหมือนกันนะครับ ฮาร์ดดิสก์เกรด Enterprise จะแพงกว่า แต่ก็จะมีความอึดมากกว่า เพราะมันจะถูกเอาไปเก็บข้อมูลที่สำคัญ ต้องมั่นใจว่าฮาร์ดดิสก์จะไม่เจ๊งง่ายๆ ฮาร์ดดิสก์ที่โลโซหน่อย ก็จะอึดน้อยกว่า เพราะข้อมูลที่เก็บไม่สำคัญมาก แต่ราคาก็จะประหยัดกว่าเยอะ บางรุ่นเน้นเอาไว้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง ก็จะมีความเร็วในการหมุนสูงยิ่งปัจจุบัน อุปกรณ์ที่ต้อง ใช้ฮาร์ดดิสก์มีเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไป ในที่นี่จะพูดถึง Seagate SkyHawk ฮาร์ดดิกส์สำหรับใช้งานบนระบบ CCTV คือชื่อใหม่ของรุ่น Sv35 โดยมีความเร็วรอบที่ 7,200 รอบต่อนาที มีความจุ 10TB สำหรับบันทึกข้อมูลวิดีโอแบบ HD ได้ 10,000 ชั่วโมงจากกล้อง HD 64 ตัว พร้อม Firmware แบบ ImagePerfect ที่ช่วยปรับเพิ่มลดความเร็วรอบของดิสก์ให้ประหยัดไฟได้โดยยังคงมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการบันทึกข้อมูลอยู่ สามารถเขียนข้อมูลได้ถึง 180TB ต่อปี และ Skyhawk ยังเคยได้รับรางวัล Top Supplier Award จาก Hikvision ผู้ผลิตกล้อง IP Camera / CCTV กล้องวงจรปิดชั้นนำของโลกอีกด้วย

3
ประกาศขายสินค้าฟรี / เทคโนโลยีกล้องวงจรปิด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2020, 02:16:20 PM »
กล้องวงจรปิดมีความสำคัญมากในปัจจุบันเพราะเป็นระบบพื้นฐานด้านความปลอดภัย แต่ว่ากล้องวงจรปิดแต่ละตัวก็มีระบบการทำงานและให้คุณภาพของภาพที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับระบบกล้องวงจรปิดกัน โดยระบบของกล้องวงจรปิดหลักๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ระบบ คือ HDCVI, HDTVI, AHD, และ CVBS ซึ่งแต่ละระบบแตกต่างกันดังนี้

HDCVI คือระบบกล้องวงจรปิดแบบ Analog ใหม่ล่าสุดที่สามารถให้ความคมชัดของภาพระดับ HD 720p และ 1080p โดยใช้สายสัญญาณ Coaxial หรือ RG6 แบบ Analog ที่ใช้ในกล้อง สามารถใช้การเดินสายระบบ Analog แบบเดิมแต่สามารถให้ความละเอียดของกล้องได้สูงใกล้เคียงระบบ IP Camera (เท่าที่ทดสอบภาพที่ได้ยังไม่คมชัดเท่า IP Camera) ในราคาที่ประหยัดกว่า IP Camera มากพอสมควร (กล้องระบบ HDCVI ราคาสูงกว่ากล้องระบบ Analog แบบเดิมไม่มากนัก) และยังสามารถทดแทนกล้องในระบบ Analog เดิมได้โดยไม่ต้องเดินสายสัญญาณใหม่ (ในกรณีต้องการเปลี่ยนระบบเดิมเป็น HDCVI)

HD TVI คือเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดที่มีชื่อเต็มว่า HD Transport Video Interface เป็นเทคโนโลยีการส่งภาพที่ให้ความคมชัดในระดับ HD ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการส่งสัญญาณผ่านสายเคเบิล Analog ทั่วไป หรือสาย RG6 แบบที่เราใช้เดินสายกล้องวงจรปิดกันอยู่นั่นเอง โดยการเพิ่ม Chip ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่เป็นตัวส่งสัญญาณผ่านแบบ HD ใส่ลงไปในตัวกล้อง และใช้ Chip แบบพิเศษเช่นกันเป็นตัวรับสัญญาณใส่ลงไปในเครื่องบันทึก ทำให้สามารถขยายการส่งภาพและปรับคุณภาพความคมชัดของวีดีโอได้

AHD คือ กล้องวงจรปิดรูปแบบใหม่ที่พัฒนามาจากกล้อง Analog ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นในระดับ HD 720p(1280 x 720) และHD 1080p (1920?1080) มีความสามารถ ส่งผ่านสายสัญญาณไกลถึง 500 เมตรโดยใช้สาย Coaxial RG-6 ถ้าเป็นการอัพเกรดจาก ระบบ Analog เดิมก็ไม่ต้องทำการติดตั้งเดินสายใหม่ และยังสามารถใช้งานร่วมกับบาลัน (Balun) เดิมของระบบ Analog ได้ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากเทคโนโลยี Y/C ของระบบภาพ TV, เทคโนโลยีการกรองสัญญาณ ,เทคโนโลยีการลดสัญญาณรบกวน 3D Noise ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูง และระบบ AHD จะไม่มีการบีบอัดหรือการเข้ารหัสทำให้ภาพที่ได้เป็น Real-Time ไม่มีการหน่วงของสัญญาณในการส่งสัญญาณ และเมื่อเปรียบกับสัญญาณCVBS ที่มีความละเอียดเท่ากันแต่คุณภาพของภาพของ AHD ดีกว่าอีกทั้งระบบเป็นแบบเปิดสามารถใช้งานกับ กล้องและเครื่องบันทึกที่เป็น AHD เหมือนกันได้สามารถนำกล้องในระบบเดิม (D1/960H) มาใช้ร่วมกันได้ ทำให้คุ้มค่าในการลงทุนประหยัดค่าใช้จ่าย ในการอัพเกรดระบบเดิม

CVBS เรียกว่า "สีวิดีโอว่างและซิงค์" "สัญญาณวิดีโอคอมโพสิตเบส" หรือ "สัญญาณวิดีโอคอมโพสิต" หรือ "วิดีโอคอมโพสิตที่มีการถ่ายโอนข้อมูลและซิงค์" CVBS เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายหรือที่เรียกว่าวิดีโอ baseband หรือวิดีโอ RCA ซึ่งเป็นวิธีการถ่ายโอนข้อมูลภาพแบบดั้งเดิมจากสัญญาณโทรทัศน์ NTSC ซึ่งส่งข้อมูลในรูปแบบอะนาล็อก เป็นรูปแบบที่รวมเอาสัญญาณภาพ (ภาพ) ของสัญญาณโทรทัศน์อะนาล็อกเข้ากับสัญญาณเสียงและเลียนแบบสัญญาณก่อนผู้ให้บริการคลื่นวิทยุAV = AUDIO + VIDEO อันที่จริงแล้ว VIDEO คือ CVBS

แต่ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดของเราก้าวหน้าไปไกลแล้ว ทำให้เราไม่ต้องมีปัญหาหรือคิดมากว่าเราควรจะเลือกกล้องวงจรปิดระบบไหนดี เพราะว่าเรามีกล้องวงจรปิดแบบ 4in1 ซึ่งเป็นการรวมเทคโนโลยีระบบทั้งหมด รวมเข้ากับกล้องตัวเดียว ทำให้กล้องวงจรปิดมีระบบการทำงานทั้งแบบ HDCVI, HDTVI, AHD, และ CVBS ทำให้คุณสามารถเลือกได้หลากหลายว่าจะเลือกใช้ภาพคุณภาพแบบใด ทั้งราคาประหยัดกว่าและตอบสนองความต้องการมากกว่าด้วย แน่นอนว่าเรามีกล้องวงจรปิด 4in1 คุณภาพเยี่ยม ราคาย่อมเยา พร้อมส่งตรงถึงมือคุณ สนใจกดลิงก์ด้านล่างเพื่อดูสินค้าได้เลย

หน้า: [1]